sapan1

ความเป็นมาของโครงการ

                จากผลการศึกษาเพื่อวางแผนพัฒนาแบบเบ็ตเสร็จ ของพื้นที่สะหวันนะเขตและคำม่วน ของ สปป.ลาว และ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย 4 จังหวัด (นครพนม สกลนคร มุกดารหาร และ กาฬสินธุ์) ที่ได้รับความช่วยเหลือจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA)ซึ่งศึกษาแล้วเสร็จในปี 2544 ได้กำหนดแผนการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่จังหวัดนครพนมไว้ด้วยซึ่งโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสายเอเชีย(Asian Highway) สาย AH15 เชื่อมโยง อุดรธานี-นครพนม-หลักซาว-เมืองวินห์  ในการนี้ ครม. มีมติ เมื่อวันที่  22  มิถุนายน  2547  ได้มีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการก่อน  และมอบหมายให้กรมทางหลวงเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ซึ่งได้พิจารณาว่า กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา จำนวน 4 บริษัท  เพื่อศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ  วิศวกรรม  และผลกระทบสิ่งแวดล้อม  วงเงิน 20 ล้านบาท  รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์โครงข่ายทางหลวงที่เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจทั้งของประเทศไทย และ สปป.ลาว  ในการนี้ได้มีการประชุมสัมมนาเพื่อนำเสนอผลการศึกษาฯ ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบ และรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อให้โครงการฯมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด

 รายละเอียดที่ตั้งโครงการ

               จากการทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ  วิศวกรรม  และผลกระทบสิ่งแวดล้อม  โครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 3  จังหวัดนครพนม  สรุปได้ว่า ตำแหน่งก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงบริเวณบ้านห้อมของฝั่งไทยและบ้านเวินใต้ของฝั่ง สปป.ลาว  มีความเหมาะสมมากที่สุด โดยตำแหน่งของสะพานในฝั่งไทยจะอยู่เหนือตัวเมืองนครพนมประมาณ 8.800  กิโลเมตร  บริเวณบ้านห้อม  ส่วนในฝั่งของ สปป.ลาว ห่างจากบ้านท่าแขกประมาณ 13 กิโลเมตร  บริเวณบ้านเวินใต้  แม่น้ำโขงช่วงนี้จะมีจุดข้ามที่ค่อนข้างแคบโดยมีความกว้างประมาณ 700 เมตร  และอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนครพนมมากนัก ทำให้สะดวกในการเดินทาง  นอกจากนี้  จากการศึกษายังพบว่า  มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

แนวเส้นทางโครงการ

               บริเวณบ้านห้อมของฝั่งไทย (ห่างจากนครพนม 8.800 กม.)  และบ้านเวินใต้ของ สปป.ลาว (ห่างจากเมืองท่าแขก 13 กม.)  แต่จะต้องมีการเวนคืนสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก เนื่องจากมีที่พักอาศัยของประชาชน แต่เมื่อพิจารณาการใช้ประโยชน์พื้นที่ใต้สะพาน ซึ่งเป็นที่โล่ง  จะก่อให้เกิดผลดีในระยะยาว  จึงทำให้มีความคุ้มค่าด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินมากขึ้น

รูปแบบโครงการ

              ด่านพรมแดน  ออกแบบด่านพรมแดนแบบข้ามทางหลวงหมายเลข 212  เนื่องจากสามารถพัฒนาโครงข่ายทางหลวงฝั่งไทยได้  รวมทั้งมีพื้นที่เผื่อไว้สำหรับทางแยกต่างระดับ  และพื้นที่สำหรับกิจกรรมอื่นๆ  เพื่อรองรับความเจริญในอนาคตได้
              ถนนเชื่อมต่อ  เนื่องจากทิศทางการจราจรของฝั่งไทยและ สปป.ลาว ไม่เหมือนกัน จึงจะทำการก่อสร้างการสลับทิศทาง (Traffic Changeover)  ที่ฝั่ง สปป.ลาว  รูปแบบการสลับทิศทางจะเป็นแบบทางแยกระดับดิน

การก่อสร้าง

              โครงสร้าง  สะพานเป็นคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง (Box Grider)
                               ข้ามลำน้ำกว้าง 780 เมตร  มีช่องลอดกว้าง 60 เมตร  สูง 10 เมตร 2 ช่วง
                               ความกว้างสะพาน 13 เมตร
                               ไม่มีทางรถไฟ

การก่อสร้างและควบคุมงาน

               งบประมาณ 1,347 ล้านบาท
               กรมทางหลวง  มีความพร้อมที่จะดำเนินการ โดยมีแผนการดำเนินการสำหรับปีแรก  จำนวน 300 ล้านบาท  ปีที่สอง จำนวน 523 ล้านบาท  และปีที่สาม จำนวน 524 ล้านบาท

แผนการดำเนินการ

              สำรวจและออกแบบ  กรมทางหลวงได้ทำสัญญาจ้างสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางด้านวิศวกรรม  วงเงิน 28.3 ล้านบาท  ส่งรายงานขั้นสุดท้ายเดือนตุลาคม 2550
              การออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนและจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน  ได้รับงบประมาณปี 2550  จำนวน 31 ล้านบาท  และในปี 2551  จำนวน 30 ล้านบาท  การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน กรกฎาคม 2551
              การประกวดราคา  เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2551 - เดือนมิถุนายน 2551
              การก่อสร้าง  เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2551
                                  ใช้เวลาดำเนินการ 30 เดือน

ที่ตั้งโครงการ

 sapan2

 รูปแบบสถาปัตยกรรมสะพานและด่านพรมแดน

sapan3

sapan4

ค้นหา